ป.ป.ช.เชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ดินเกาะกลางแม่น้ำกก พบพิรุธ

0
905

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 นายณภัทร เตโช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ดินเกาะกลางแม่น้ำกก ที่กำลังก่อสร้างและขึ้นป้ายว่า ” สวนสาธารณะแม่ฟ้าของแผ่นดิน ” และมีการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างใหญ่โตไปแล้วเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเทศบาลนครเชียงราย เพื่อพบกับ นายภูวิศ วรรณพฤกษ์ ปลัดเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งรักษาการแทนนายกเทศมนตรีนครเชียงรายที่เพิ่งหมดวันละไป โดยนายภูวิศ ได้มอบเอกสารให้กับผู้สื่อข่าวเพื่อเป็นข้อมูลเนื่องจากว่ายังไม่สามารถให้ข่าวได้มากนักในเรื่องนี้ ซึ่งใจความสำคัญในการสารของทางเทศบาลซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ดินที่งอกริมตลิ่งหรือเรียกว่าเกาะในแม่น้ำกก

ซึ่งประมาณปี พ.ศ 2556 ถึง 2557 เทศบาลนครเชียงรายได้มีการหารือร่วมกับจังหวัดเชียงรายเพื่อจะพัฒนาที่ดินดังกล่าวและขอรับงบประมาณจากส่วนกลางมาพัฒนาที่ดินดังกล่าวโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกแบบและจัดซื้อจัดจ้างในการจัดทำโครงการพร้อมสร้างสะพานนะขอรับงบประมาณส่วนกลางมาจากจังหวัดเชียงรายในการดำเนินการปรับเพิ่มรูปแบบของสวนสาธารณะโดยจังหวัดเชียงรายเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างต่อมามีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในจังหวัดในส่วนของกรมโยธาธิการยังคงดำเนินการต่อไปแต่ในส่วนของจังหวัดได้ระงับการก่อสร้างและขอยกเลิกเอกสารการครอบครองที่ดินของกรมธนารักษ์และในปีพศ2563 จังหวัดเชียงรายได้มอบให้เทศบาลนครเชียงรายประสานงานกับที่ดินจังหวัดเชียงรายในการออกโฉนดหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ( น.ส.ล. ) เพื่อจัดสร้างสวนสาธารณะพร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวมซึ่งปัจจุบันทางเทศบาลนครเชียงรายได้รับโฉนด ( น.ส.ล. ) ที่ดินดังกล่าวและจัดทำประชาพิจารณ์จากประชาชนในการพัฒนาพร้อมได้ยื่นเรื่องขออนุญาตจากจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจาก ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ในพื้นที่ดังกล่าว ได้กล่าวว่า ในสถานที่นี้ เดิมที นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หรือ หลายคนรู้จักในนาม ผู้ว่าหมูป่า ได้เคยกล่าวไว้ว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินที่มีปัญหา ซึ่งก่อนหน้าที่ผู้ว่าหมูป่ายังดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เคยมีการเสนอโครงการนี้ แต่ผู้ว่าหมูป่า ไม่เห็นชอบด้วยและเคยมีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาก่อนแล้วว่าในที่ตรงนี้เดิมทีเป็นที่ราชพัสดุแต่การขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุในครั้งนั้นเป็นการขึ้นทะเบียนโดยมิชอบจึงทำให้ผู้ว่าหมูป่า ไม่อนุมัติให้เกิดโครงการนี้

และทราบว่าก่อนหน้านี้กรมเจ้าท่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกในโครงการนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2562 ซึ่งโดยทางปฏิบัติแล้วพนักงานสอบสวนจะต้องเข้ามาตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บุกรุกและไปจับผู้บุกรุกมาเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ก็คงจะต้องทำหนังสือเพื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายณภัทร กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ก็เห็นกันอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าที่ตรงนี้ใครสร้าง และบริเวณสะพานก็ติดป้ายของกรมโยธาธิการ ว่าเป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งใครเป็นผู้สร้างใคร ใครเกี่ยวข้องกับโครงการ ผู้นั้นก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความผิดนี้ ซึ่งก็งงว่าโครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตแต่ทำการก่อสร้างเสียก่อนจนเป็นข่าวดังและประชาชนให้ความสนใจซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้แล้วว่าการจะก่อสร้างในที่ น.ส.ล. จะต้องมีการขออนุญาตซึ่งทำโดยพละการโดยไม่ขออนุญาตมีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้วซึ่งในที่ตรงนี้ทราบภายหลังว่าได้มีการยกเลิกจากที่พัสดุ กลับมาเป็นที่สาธารณะ ( น.ส.ล.) ซึ่งตามกฎหมายแล้วหากจะก่อสร้างอะไรจะต้องมีการขออนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด เสียก่อน แต่แต่ในเบื้องต้นจากการสอบถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้แจ้งว่า ยังไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใดซึ่งตนก็ยังงงว่าหากไม่มีการขออนุญาตแล้วมาสร้างโดยใช้งบประมาณของรัฐมาสร้างได้อย่างไรซึ่งก็ต้องตรวจสอบในโครงการนี้กันต่อไป

ที่มา  : https://www.thuethainews.com/34665

ให้คะแนนเนื้อหานี้
[Total: 0 Average: 0]

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่