ตำนานผีโพง

0
626

ตำนานผีโพง

คนในสมัยก่อนเล่าต่อๆกันมาว่า  ก่อนออกไปหากิน  ผีโพงจะเอาจมูกไปเสียดสีกับบันไดบ้านให้แดงก่อนออกไปหากิน  พอใกล้สว่างก็จะกลับมาที่บ้านเหมือนเดิม  คนที่มีคาถาอาคมสมัยก่อน  ถ้าสงสัยว่าใครเป็นผีโพง  ก็จะร่ายคาถา  แล้วกลับบันไดบ้านของผีโพง  เมื่อผีโพงกลับมาที่บ้าน  ก็เห็นว่าบ้านเป็นของตนเอง  แต่บันไดไม่ใช่  มันก็เดินวนเวียนอยู่หน้าบ้าน  เข้าบ้านไม่ได้  จนรุ่งเช้า  มีคนมาพบเห็นเข้าก็จะรู้ว่าคนๆนั้นเป็นผีโพง  คนที่เป็นผีโพงก็จะอับอาย  หรืออาจหลบหนี้ไปอยู่ที่อื่น  แต่ถ้าผีโพงรู้ว่าใครแกล้งมัน  มันก็จะอาฆาตแค้นเมื่อคนที่ร้ายมัน  พลังอ่อนลง  มันก็จะกลับมาแก้แค้น  โดยเอาก้านกล้วยแม่หม้ายพุ่งข้ามหลังคา  หรือใต้ถุนบ้าน  ทำให้คนที่อยู่ในบ้านเจ็บป่วย  หรือตายหมดทั้งบ้าน        ผีโพง  จะเป็นตอนกลางคืน  ช่วงที่ชาวบ้านพบเห็นบ่อย  จะอยู่ในช่วงฤดูฝน  ช่วงตอนฝนตก  มักจะเห็นแสงสว่างสีแดง  ม่วง  เขียว  ที่จะสว่างแถวกลางทุ่งนาแล้วดับ  แล้วก็ไปสว่างแล้วดับอีก  ไปเรื่อยๆ  บางก็เล่าว่าจะมีแสงไฟตกจากจมูก  เหมือนหยดน้ำด้วย  ถ้ามีคนตามรอยผีโพงไป  ก็จะเจอกับ  กบ  เขียด  ที่จะนอนตายตัวแข็งตามท้องนา  ถ้าหากว่าคนไปเจอกับผีโพงเข้า  แล้วเห็นว่าผีโพงนั้นเป็นใคร  ผีโพงมักจะบอกว่า  “มันเป็นวิบากกรรมของมัน  ที่ต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้”  และอ้อนวอนอย่าให้บอกใคร  ผีโพงก็จะเสก  ใบไม้   ก้อนหิน ก้อนอิฐ  หรือถ่านมี่  (ถ่านมี่  คือถ่านสีดำ  ที่ใช้ก่อกองไฟในครัว)  ให้กล้ายเป็นทองคำ  แล้วเอาจ้างคนที่พบเห็น  เพื่อที่จะไม่ให้บอกใคร  ถ้าไม่รับปาก  หรือไม่รับทองคำนั้นมา  ผีโพงก็จะทำร้าย  หรือทำให้เรากลายเป็นผีโพงเหมือนมัน       เมื่อรับทองคำนั้นมาแล้ว  ตอนเช้าทองคำนั้นก็จะกลายเป็นใบไม้  ก้อนหิน  ก้อนอิฐ  หรือถ่านมี่  เหมือนเดิม  คนที่พบเห็นจะต้องเก็บนี้เป็นความลับ  แต่ถ้าจะบอกกับผู้อื่นก็ห้ามพูดชื่อ  ว่าใครเป็นผีโพง  ถ้าเกิดพูดชื่อออกไป  ผีโพงจะมีญาณรับรู้ได้ทันทีว่าเราเอาความลับของมันไปบอกคนอื่น  มันก็จะตามมาทำร้ายเราที่บ้าน  โดยใช้  ก้านกล้วยแม่หม้าย  (ก้านกล้วยแม่หม้าย  คือก้านกล้วยที่เอาใบตองออกแล้ว  เหลือใบตองส่วนปลายไว้นิดหน่อย)  พุ่งข้ามหลังคา  หรือใต้ถุนบ้าน       

ฉะนั้นในคนสมัยก่อนมักจะบอกให้เราฟันก้านกล้วย  ออกสอง 2 ท่อน  หรือหลายๆท่อน  เพื่อที่จะไม่ให้ผีโพงนั้นนำไปใช้ได้อีก ชาวบ้านพบเห็นผีโพงครั้งสุดท้ายในช่วงปี พ.ศ.  2514  หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีก 
ให้คะแนนเนื้อหานี้
[Total: 0 Average: 0]

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่