ต่อใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

0
118

ต่อใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

งานใบอนุญาตขับรถ

Q : ทำใบขับขี่ใหม่ใช้เอกสารอะไร                                                                                              
A :
 1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง       2.  ใบรับรองแพทย์  

Q : ทำใบขับขี่ใหม่ใช้เวลาทำกี่วัน                                                                                                  
A :
 ใช้เวลา 2 วัน วันแรก อบรมเป็นเวลา  5  ชั่วโมง  วันที่  2  ทดสอบข้อเขียน   ทดสอบขับรถ

Q : ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ต้องอบรมหรือไม่                                                                          
 A :
 อบรมเป็นเวลา 1 ชั่วโมง  สามารถอบรมออนไลน์ผ่าน https://www.dlt-elearning.com/ แล้วนำผลการอบรมไปยื่นได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศไทย ภายใน 90 วัน  หรือมาเข้ารับการอบรมที่สำนักงานขนส่งก็ได้

Q : ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปีใช้หลักฐานอะไร                                                                             
A :
  1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง     2.  ใบขับขี่ฉบับเดิม (ถ้ามี)

Q : ใบขับขี่สูญหายหายต้องแจ้งความหรือไม่                                                                             
A :
 ไม่ต้องแจ้งความฯ  ใช้บัตรประชาชนฉบับจริงมาขอใบแทนสูญหายได้ที่สำนักงานขนส่ง

Q : ใบขับขี่ตลอดชีพแบบเก่าถ้ามาขอทำใบขับขี่แบบใหม่จะได้แบบตลอดชีพเหมือนเดิมหรือไม่                      
 A :
 ใบขับขี่ตลอดชีพแบบเดิม(กระดาษ) สามารถมาขอใบแทนชำรุดและได้ใบขับขี่ตลอดชีพเหมือนเดิมแบบใหม่

Q : กรณีเปลี่ยนชื่อ/สกุล   ต้องใช้เอกสารอะไร                                                                           
 A :
  ใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง  เนื่องจากระบบจะดึงข้อมูลจากบัตรประชาชนฉบับปัจจุบัน  ที่เปลี่ยนชื่อ  /สกุล ใหม่จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์

Q : อายุ  60  ปีต่อใบขับขี่ได้หรือไม่ 
 A :
 ต่อได้ไม่จำกัดอายุ

Q : เปลี่ยนชนิดใบขับขี่จาก  บ.2 เป็น  ท.2 ต้องทำอย่างไร 
A :
 นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง  ใบรับรองแพทย์ และใบขับขี่ฉบับเดิม มายื่นขอเปลี่ยนชนิดใบขับขี่จาก  บ.2 เป็น ท.2 
เจ้าหน้าที่จะส่งไปสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อตรวจสอบประวัติผ่านจึงจะเปลี่ยนประเภทได้
 

Q : คนพิการตาบอด  1  ข้างทำใบขับขี่ได้หรือไม่                                                                        
A :
  ได้   โดยต้องมีใบรับรองแพทย์จากจักษุแพทย์ยืนยันว่า  ตาข้างที่ไม่พิการหรือบอด มีสมรรถภาพดี นำมายื่นติดต่อกับเจ้าหน้าที่
     เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนดำเนินการตามระเบียบต่อไป

Q : คนต่างด้าวทำใบขับขี่ได้หรือไม่                                                                                                              
A :
  ได้  โดยเข้ารับการอบรมและทดสอบตามระเบียบฯ    และใช้เอกสารดังนี้

  1. หนังสือเดินทาง  (Passport)   
  2. ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  หรือ  ทะเบียนบ้าน ท.ร.38 ข. หรือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) 
  3. ใบรับรองแพทย์

Q : คนพิการแขนขาด  1  ข้าง  ทำใบขับขี่ได้หรือไม่                                                                                          
A : ได้  โดยให้เข้ารับการทดสอบความสามารถของร่างกายในการควบคุมบังคับรถก่อน หากเห็นว่าสามารถควบคุม    บังคับรถได้อย่างปลอดภัย จึงจะดำเนินการต่อไปตามระเบียบฯ

Q : ทำใบขับขี่สากล ใช้เอกสารอะไร    ค่าธรรมเนียมเท่าไร                                                                                        
A :  1. บัตรประจำตัวประชาชน                                                                                 

      2. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (ชนิด 5 ปี)   หรือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ

      3. หนังสือเดินทาง (Passport)   

      4. รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว  2 รูป 

      5. ค่าธรรมเนียม 505.- บาท   

Q : ต่อใบขับขี่ใช้ใบรับรองแพทย์หรือไม่                                                                                           
A :
 1. ต่อใบขับขี่ชนิดชั่วคราว (2 ปี) ใช้ใบรับรองแพทย์ และบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ฉบับเดิม(ถ้ามี)                                               

     2. ต่อใบขับขี่ชนิดส่วนบุคคล (5 ปี) ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ใช้บัตรประจำตัวประชาชน และใบขับขี่ฉบับเดิม

         (ถ้ามี)

     3. ตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปต้องใช้ใบรับรองแพทย์ทุกกรณีทั้งใหม่/ต่อ/เปลี่ยน

Q : ใบขับขี่หายต้องแจ้งความหรือไม่                                                                                                              
A :
  ถ้าเป็นใบขับขี่รถยนต์ /รถจักรยานยนต์  ไม่ต้องแจ้งความ สามารถมาดำเนินการขอใบแทนที่สำนักงานขนส่งได้

      ทุกแห่ง กรณีเป็นใบขับขี่รถขนส่งต้องแจ้งความก่อนมาดำเนินการที่สำนักขนส่งได้ทุกแห่ง

 

งานทะเบียนและภาษีรถ

Q : ต่อภาษีรถใช้อะไรบ้าง

A : 1. คู่มือจดทะเบียนหรือสำเนาคู่มือการจดทะเบียน

     2. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

     3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน

        หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนมาแล้ว

        ตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป)

     4. หนังสือรับรองการตรวจทดสอบถังแก๊ส (สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งเชื้อเพลิงแก๊ส LPG / CNG)

Q : โอนกรรมสิทธิ์รถใช้อะไรบ้าง

A : 1. คู่มือจดทะเบียน

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

     3. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ทั้งผู้โอนและผู้รับโอน

     4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบกรณีผู้โอน และ/หรือผู้รับโอนมิได้มา

         ดำเนินการด้วยตัวเอง

     5. นำรถมาตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่ง

Q : รถขาดภาษีเกิน 1 ปี  ต้องตรวจที่ไหน

A : ตรวจสภาพรถ ณ ตรอ. หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

Q : รถขาดภาษีเกิน 3 ปี ต้องทำอย่างไร

A : 1. ชำระภาษีที่ค้างทั้งหมด  และคืนแผ่นป้ายทะเบียนเก่า  

     2. นำรถเข้าตรวจสภาพ

     3. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

     4. จดทะเบียนรถใหม่

Q : จดทะเบียนรถใหม่มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

A : 1. นำรถมาตรวจสภาพ

     2. เอกสารหนังสือแจ้งจำหน่าย

     3. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

     4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     5. หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ/ผู้รับมอบ กรณีมิได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง
 

Q : การแจ้งเปลี่ยน ชื่อ ที่อยู่  ใช้อะไรบ้าง

A : 1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

     2. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ/หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)

     3. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ

Q : การแจ้งเปลี่ยนสีรถ มีขั้นตอนอย่างไร

A : 1. นำรถเข้าตรวจสภาพ (ดำเนินการได้ทั่วประเทศ)

     2. ใบเสร็จเปลี่ยนสี ไม่เกิน 7 วัน

     3. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

     4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ/หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)

Q : การแจ้งเปลี่ยนเครื่องรถ มีขั้นตอนอย่างไร

A : 1. นำรถเข้าตรวจสภาพ (ดำเนินการได้ทั่วประเทศ)

     2. หลักฐานการแจ้งจำหน่ายเครื่อง

     3. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

     4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ/หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)

Q : การแจ้งเสริมแหนบ มีขั้นตอนอย่างไร

A : 1. นำรถเข้าตรวจสภาพ (ดำเนินการได้ทั่วประเทศ)

     2. ใบรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถจากวิศวกร

     3. ใบเสร็จการเสริมแหนบ

     4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ/หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)

Q : การขอเลขทะเบียนรถ ใช้อะไรบ้าง

A : 1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     2. หนังสือแจ้งจำหน่ายรถ

Q : การแจ้งย้ายรถปลายทาง มีขั้นตอนอย่างไร

A : 1. ยื่นเรื่องแจ้งย้ายปลายทาง

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

     3. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     4. อีก 3 วันทำการ นำรถเข้าตรวจสภาพ พร้อมคืนแผ่นป้ายทะเบียนเดิม และทำเรื่องย้ายเข้า
 

Q : การแจ้งย้ายรถต้นทาง มีขั้นตอนอย่างไร

A : 1. ยื่นเรื่องย้ายรถออกไปต่างจังหวัด

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

     3. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     4. เมื่อแจ้งย้ายรถออกเรียบร้อยแล้วจะต้องดำเนินการแจ้งย้ายรถเข้าภายใน 15 วัน นับแต่วันที่แจ้งย้าย

Q : การขอแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ (ชำรุด/สูญหาย)  ใช้หลักฐานอะไรบ้าง

A : 1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

Q : การทำหนังสืออนุญาตระหว่างประเทศ ใช้หลักฐานอะไรบ้าง

A : 1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

     3. ดำเนินการได้ทั่วประเทศ

Q : การทำซื้อแผ่นป้ายระหว่างประเทศ ใช้หลักฐานอะไรบ้าง

A : 1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     2. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

     3. ดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่จดทะเบียน

Q : การแจ้งไม่ใช้รถ ใช้หลักฐานอะไรบ้าง

A : 1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง)

     2. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ

     3. แผ่นป้ายทะเบียนรถ

Q : ช่องทางการเสียภาษีประจำปี สำหรับรถยนต์ มีช่องทางใดบ้าง

A : 1. การเสียภาษีรถทั่วไทยได้ทุกสำนักงาน (ไม่ว่ารถนั้นจะจดทะเบียนที่จังหวัดใดก็ตาม)

     2. การเสียภาษี ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง

     3. การเสียภาษี ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกแห่ง

     4. การเสียภาษี ณ ห้างสรรพสินค้า โครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)”

     5. บริการรับชำระภาษีแบบ เลื่อนล้อต่อภาษี ( Drive Thru for Tax)

     6. บริการรับชำระภาษี ณ เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ

อ้างอิง
https://www.dlt.go.th/site/loei/m-about/10355/

ให้คะแนนเนื้อหานี้
[Total: 1 Average: 5]