รถจมน้ำมา ต้องเช็คซ้อมอะไรบ้าง ข้อห้ามไม่ควรทำเด็ดขาด

0
270

รถจมน้ำ มา ต้องซ้อมอะไรบ้าง ข้อห้ามไม่ควรทำเด็ดขาด

รถจมน้ำมา ข้อควรห้ามทำเด็ดขาดหลังนำรถขึ้นมาจากน้ำ มีสิ่งไหนบ้างที่ไม่ควรทำ ในช่วงฤดูน้ำท่วมมีรถที่ถูกน้ำท่วมหลายคันในพื้นที่เกิดอุทกภัยเป็นประจำ รถที่ถูกจมน้ำหรือรถที่ตกน้ำมา เราควรจะซ้อมอะไรบ้าง และ ขั้นตอนการปฎิบัติหลังน้ำรถมาตรวจสอบมีขั้นตอนอะไรบ้างไปดูกัน

สำหรับรถยนต์ดีเซลคอมมอนเรลให้ปฏิบัติดังนี้

หลังนำรถขึ้นมาจากน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ถอดขั้วแบตรี่ออกทันที อย่าพึ่งสตาทร์เครื่องยนต์นำแบตออกให้ห่างจากตัวรถและให้ตรวจสอบถึงแม้เราจะดึงกุญแจออกยังมีกระแสไฟไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของรถอยู่ เช่น กล่อง ECU เพราะว่าน้ำอาจจะเขาไปยังในกล่อง ECU ได้ อาจน้ำให้กล่องซ็อตได้ หลังจากนั้นถอดดูปลั๊กต่างๆ ทุกตัว ทำความสะอาดไล่น้ำออกจนแห้งที่สุด ต่อมมาให้มาไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์โดยการถอดหัวเผาออกแล้วมตาทร์ไล่น้ำออก หากยังไม่ได้ถอดหัวเผาห้ามโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ก้านสูบคดได้เพราะเวลาลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นจะไปกระทบกับน้ำอาจทำให้ลูกสูบและก้านสูบเสียหายได้ และเวลาเราสตาร์ทไล่น้ำออกน้ำมันจะพุ่งออกจากรูหัวเผาแรงมาก ให้เอาน้ำมันเบรคหรือน้ำมันเครื่องก็ได้หยอดเข้าไปในรูหัวเผาแล้วเราไม่ต้องใส่หัวเผาเราก็สตาร์ทอีกทีเพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากห้องเผาไหม้

ที่เน้นย้ำสำหรับรถยนต์ที่มีกล่อง ECU แล้วโดนน้ำท่วมและเวลานำรถขึ้นมาจากน้ำอย่าเพิ่งสตาร์ทเด็ดขาดให้ดูระบบไฟก่อนเช่นกล่อง ECU เซ็นเซอร์ต่างๆของรถและเช็คดูแล้วว่ามันแห้งสนิทให้ใส่เข้าไปอย่างเก่าแล้วค่อยสตาร์ทเครื่องไล่น้ำ หรือให้ถ่ายน้ำมันเครื่องออกมาและเช็คดูว่ามีน้ำปะปนหรือเปล่าส่วนมากมันจะไม่มีน้ำเข้าไปเพราะเครื่องยนต์เป็นระบบปิดแต่มีบางคันรถที่ดึงสายระบายไอน้ำมันเครื่องออกหรือปล่อยทิ้งลงข้างล่างตรงนี้แหละที่น้ำจะเล็ดลอดเข้าไปได้ข้างฝาครอบวาล์ว และพวกของเหลวก็ทายทิ้งเช่นกันพวกน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำน้ำมันเกลือน้ำมันเฟืองท้ายจนกระทั่งไปถึงน้ำมันเบรค

หลังจากนั้นถ้าดูส่วนต่างๆว่ามันไม่มีน้ำแล้วประกอบเข้าไปเหมือนเดิมแล้วก็ลองสตาร์ทเครื่องดูถ้ามันติดก็ดีไปแต่ถ้าว่าเครื่องยนต์ไม่ติดก็ลองมาเช็คไร่สาเหตุเป็นอย่างอย่างไปเช่นน้ำมันมาล้างหัวฉีดไหมน้ำมันมาหัวฉีดไหมปั๊มน้ำมันดีเซลปั๊มขึ้นมาไหมไฟมาหัวฉีดหรือไม่ทั้ง 4 หัวกระแสไฟมาสั่งให้หัวฉีดยกหรือไม่ให้ดูเป็นอย่างอย่างไป แต่ที่เน้นๆเลยอย่างเดียวคือยกรถขึ้นมาจากน้ำแล้วอย่าเพิ่งสตาร์ททันทีอันนี้เน้นย้ำอย่างมาก  

สำหรับเครื่องยนต์เบนซินให้ปฏิบัติดังนี้

หากหลีกเลี่ยงการจมน้ำไม่ได้เช่นในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมทุกปี ให้นำแบตเตอรี่ออกจากรถให้ยกไปที่แห้งๆ เพื่อป้องกันไฟช็อตตอนรถจมน้ำ ถึงแม้เราดึงกุญแจออกจากรถก็ตามมันจะมีกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปเลี้ยงกล่อง ECU และส่วนต่างๆของรถตลอด หลังจากที่เรานำรถขึ้นมาจากน้ำแล้ว สิ่งที่เราจะตรวจสอบมีเยอะกว่าเครื่องยนต์ดีเซล สำหรับเครื่องยนต์เบนซินจุดหลักๆแล้วที่เราจะตรวจสอบก็เป็นพวกคอยล์จุดระเบิดปลั๊กหัวเทียน นำคอยล์จุดระเบิดมาทดสอบด้วยเครื่องทดสอบคอยล์ว่ามีกระแสไฟหรือช็อตหรือไม่ หาคอยช๊อตไม่อาจจะวิ่งย้อนเข้าไปยังกล่อง ECU ได้และอาจจะทำให้กล่องเสียหาย และก็พวกปลั๊กต่างๆเช่นปลั๊กเซนเซอร์ที่อยู่ตามรอบๆเครื่องยนต์เช่นปลั๊กแอร์โฟร์ หัวข้อต่อปลั๊กต่างๆก็ต้องเช็คว่ามีน้ำหรือไม่และก็ทำความสะอาดนำลมมาเป่าให้แห้งที่สุด ถ้าแน่ใจว่าไม่มีความชื้นแล้วต่อมาให้ถอดหัวฉีดออกหัวฉีดของเครื่องยนต์เบนซินจะอยู่ลึกกว่าเป็นปกติจากเครื่องยนต์ดีเซล หลังจากถอดหัวฉีดออกแล้วให้สตาร์ทเครื่องไล่ความชื้นออกจากกระบอกสูบเหมือนขั้นตอนของเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องยนต์ดีเซลเราจะถอดหัวเผาเพราะเครื่องยนต์เบนซินไม่มีหัวเผาเราก็ต้องถอดหัวฉีดออก และห้ามสตาร์ททันทีหลัง นำรถขึ้นมาจากน้ำเหมือนเครื่องยนต์ดีเซลก้านสูบจะเกิดความเสียหาย

และพอสตาร์ทไล่น้ำแล้วให้นำน้ำมันเบรคและน้ำมันเครื่องหยดลงไปที่รูหัวฉีดเพื่อไล่ความชื้นออกจากระบบให้มากที่สุดจนแห้ง พอเราสตาร์ทมันจะมีน้ำมันกับน้ำสีขุ่นๆให้เราหยอดน้ำมันเข้าไปอีกและสตาร์ทไล่เรื่อยๆจนสีน้ำมันจะใส ขอน้ำมันใส่แล้วหลังจากนั้นให้ทำการถ่ายของเหลวออกจากรถเช่นน้ำในหม้อน้ำน้ำมันเครื่อง และส่วนระบบถังน้ำมันส่วนมากแล้วจะไม่มีน้ำเข้าเพราะเป็นระบบปิดรถยนต์ทั้งคันเปิดดูน้ำไม่เข้าเลยและเราควรจะเช็คว่ามีน้ำหรือไม่ให้ถอดปั๊มติ๊กออกมาดูว่ามีน้ำนอนก้นไหม โทรมาให้สตาร์ทเครื่องยนต์ว่าติดไหมหลังเช็กว่าไม่มีน้ำเข้าทุกส่วนแล้วถ้าเครื่องยนต์ติดก็ดีไปหาเครื่องยนต์ไม่ติดก็ให้ไล่เหมือนรถดีเซลว่ามีไฟมาหัวเทียนไหมน้ำมันมาไหมปั๊มติ๊กดีไหมใกล้เป็นอย่างๆไป

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยและอีกอย่างหนึ่งขั้นตอนสำคัญก็คือทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลหลังจากนำรถขึ้นมาจากน้ำแล้วสิ่งที่สำคัญห้ามทำก็คือห้ามสตาร์ทรถทันทีนั่นเองเพราะจะทำความเสียหายให้กับกล่อง ECU  เพราะถ้ากล่องช็อตแล้วมันจะช็อตทั้งคันเพราะกล่องค่อนข้างมีราคาที่สูง 

เรียบเรียงโดย เชียงราย108

ให้คะแนนเนื้อหานี้
[Total: 2 Average: 5]

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่